วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2556

หมูมะนาว

อาหารไทย - หมูมะนาว

หมูมะนาว

               อาหารไทยเมนูต่อไปก็คือ หมูมะนาว โดยทั่วไปแล้ว คงไม่มีใครที่กินหมูมะนาวเป็นกับข้าวอย่างเดียว หมูมะนาวถูกนำไปใช้รับประทานกับอาหารชนิดอื่น เนื่องจากอาหารไทยชนิดนี้มีรสที่โดดเด่นอย่างทากก็คือรสเปรี้ยว ถ้าจะกินเป็นกับข้าวอย่างเดียวก็จะทำให้เอียนได้แล้วจะไม่อยากกินต่อ ยกเว้นว่าชอบอาหารชนิดนี้หรือเป็นคนที่ชอบรถเปรี้ยว หมูมะนาวมักจะถูกว่าไว้พร้อมกับอาหารจานอื่นๆโดยเฉพาะจานที่เน้นรสเค็ม เพราะตัวหมูมะนาวจะมีรสเด่นคือรสเปรี้ยวแล้ว รสรองของอาหารไทยเมนูนี้คือรสเผ็ด ซึ่งเมื่อได้อาหารจานอื่นที่เป็นรถเค็มมาก็จะทำให้ส่งเสริมความอร่อยแก่กัน


ส่วนประกอบ
เนื้อหมู 150 กรัม
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนู 3-7 เม็ด
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมโทนดอง 1 หัว
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1) แล่เนื้อหมูให้บางๆ โขลกพริกขี้หนู กระเทียมสับ และ กระเทียมโทนดอง ตักออกมาพักไว้ ผสมน้ำมะนาว น้ำตาลทราย น้ำปลาเข้าด้วยกัน ตักออกมาพักไว้อีกที่หนึ่ง

2) ตั้งหม้อน้ำให้เดือด ลวกเนื้อหมู ลวกแค่แปบเดียว เพราะหมูมะนาวไม่ต้องการให้หมูสุกเกอนไปจะเคี้ยวยาก แค่ลวกให้พอสะดุ้ง

3) จัดวางเนื้อหมูบนจาน นำพริกที่โขลกไว้มาวางข้างบนเนื้อหมูให้ทั่ว แล้วราดน้ำที่ผสมไว้ ตกแต่งให้สวยงาม พร้อมเสริฟ

วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556

ข้าวไข่ระเบิด

อาหารไทย - ข้าวไข่ระเบิด

ข้าวไข่ระเบิด

                ข้าวไข่ระเบิด อีกหนึ่งจานที่คงมีหลายๆคนไม่เคยเห็น ผู้เขียนได้มีโอกาสรับประทานอาหารจานี้เมื่อตอนเป็นนักศึกษาปี1 ที่เวลาผ่านมาไม่นานนัก แต่สมัยเรียนมัธยมกลับไม่เคยได้เห็นเมนูนี้เลย จึงได้ลองสั่งมาลองทานดู แรกที่เห็นคือแปลกใจ หน้าตาของเมนูนี้เป็นไข่ดาววางบนข้าวราดด้วยซอสมะเขือเทศโดยซอสมะเขือเทศมีเนื้อหมูและผักทานง่ายชนิดต่างๆ เมื่อได้ทานลงไปแล้ว พบว่ารสชาติดี ทั้งยังมีแต่ผักทานง่ายทั้งนั้น เหมาะจะเป็นเมนูสำหรับเด็ก


ส่วนประกอบ
ข้าวสวยกด 1 ถ้วย
ไข่ดาว 1 ฟอง
เนื้อหมูสับ
50 กรัม
แครอทหั่นเต๋าเล็กๆ 20 กรัม
ข้าวโพดอ่อนหั่นเต๋า 20 กรัม
มะเขือเทศควักใส้ออกหั่นเต๋า 20 กรัม
ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
แป้งมัน ½ ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า ½ ถ้วย
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1) ตั้งกระทะด้วยไฟปานกลาง เทน้ำมันพืชลงไป ใส่หมูสับ ผัดจนสุก ใส่แครอท ข้าวโพดอ่อน มะเขือเทศ ผัดจนผักสุก

2) จากนั้นใส่ซอสมะเขือเทศ ตามด้วยน้ำเปล่า คนไปเรื่อยๆ จนน้ำเริ่มละลาย

3) ใส่แป้งมันลงไป คนต่อจนซอสมะเขือเทศเหนียวจนพอใจ แล้วปรุงรสด้วย น้ำตาลทราย และ ซอสปรุงรส คนอีกรอบ
ปิดไฟ วางไข่ดาวลงบนข้าว แล้วตักราดไข่ดาว

ผัดไทยกุ้งสด

อาหารไทย - ผัดไทยกุ้งสด

ผัดไทยกุ้งสด

                ผัดไทยกุ้งสด เมนูยอดนิยมที่ชาวไทยและชาวต่างชาติที่รู้จักอาหารไทยต่างรู้จักกันดี เนื่องจากมีส่วนผสมหลายอย่างและทานง่ายไม่เผ็ด จึงทำให้ชาวต่างชาติชื่นชอบอาหารไทยเมนูนี้เป็นพิเศษ สังเกตุได้ว่าในร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ชาวต่างชาติที่เข้ามาทานอาหารไทยนั้น มักจะสั่งผัดไทยมากที่สุด ต้นกำเนิดผัดไทยมาจากสมัยช่วงจอมพล ป. พิบูลสงคราม เนื่องจากสมัยนั้นไทยต้องจ่ายค่าเสียหายให้อังกฤษด้วยข้าวเป็นจำนวน 1.5ล้านตัน ซึ่งในสมัยนั้นถือว่ามาก จึงทำให้ข้าวในประเทศมีราคาแพง จอมพล ป. จึงรณรงค์ให้คนไทยกินก๋วยเตี๋ยวแทน ซึ่งในมุมมองของคนไทย ก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารของจีน ซึ่งขัดกับ นโยบายชาตินิยม จึงได้มีการดัดแปลงก๋วยเตี๋ยวผัด เป็นก๋วยเตี๋ยวผัดไทย โดยการใช้เส้นจันทร์ที่มีความเหนียวกว่าและดัดแปลงส่วนประกอบอื่นๆ ทำให้ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยกลายเป็นหนึ่งในเมนูอาหารไทย แต่เวลาที่ผ่านมาทำให้คนไทยลดการเรียกชื่อจนเหลือผัดไทยในทุกวันนี้


ส่วนประกอบ
เส้นจันทร์ 100 กรัม
กุ้ง(ตามต้องการ) 3-6 ตัว
เต้าหู้เหลือง 30 กรัม
ไข่ไก่ 1-2 ฟอง
ไชโป๊ว 1½ ช้อนชา
ใบกุ้ยช่าย 20 กรัม
ถั่วงอก 50 กรัม
หอมแดงสับละเอียด 2 ช้อนชา
ถั่วลิสงป่น 2-3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊ป 1 ช้อนโต๊ะ(พูนๆ)
น้ำมะขามเปียก 1½ ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1½ ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช

วิธีทำ
1) นำเส้นจันทร์แช่น้ำเย็น อย่างน้อย 15 นาที หรือ ลวกจนนิ่มแล้วแช่ในน้ำเย็น จากนั้นตักออกมา

2) ผ่าหลังกุ้งเอาเส้นเลือดสีดำออก หั่นเต้าหู้เหลืองเป็นลูกเต๋าเล็กๆ หั่นกุ้ยช่ายออกเป็นใบ ความยาวหนึ่งนิ้ว

3) ตั้งกระทะ เทน้ำมันลงไปเล็กน้อย ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และ น้ำมะขามเปียกลงไป เมื่อน้ำตาลปี๊บละลายหมดให้ตักออกมาพักไว้ หรือถ้าซื้อน้ำปรุงผัดไทยมาก็ไม่จำเป็นต้องใช้

4) ตั้งกระทะอีกครั้ง เทน้ำมันลงไปพอสมควร ใส้หอมแดงสับลงไปผัดจนหอม ใส่กุ้งลงไปผัดให้สุก

5 )เมื่อกุ้งสุกแล้ว ตอกไข่ลงไป ผัดให้เข้ากัน จากนั้นเมื่อไข่เริ่มสุกแล้ว ให้ใส่เส้นจันทร์ลงไป ผัดสักครู่ ใส่น้ำปรุงผัดไทย ผัดจนเส้น
เปลี่ยนสีทั้งหมด

6) จากนั้นใส่ถั่วงอกและกุ้ยช่ายลงไป ผัดจนผักใกล้สุก

7) ใส่ไชโป๊วและถั่วลิสง ผัดให้ทั้งสองอย่างเข้ากับตัวผัดไทย ปิดไฟ พร้อมเสริฟ

วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2556

ข้าวคลุกกะปิ

อาหารไทย - ข้าวคลุกกะปิ

ข้าวคลุกกะปิ


                มีอาหารไทยเมนูหนึ่งที่ใครหลายๆคนไม่อยากทำกินเองที่บ้าน แต่มักจะออกไปหากินตามร้านข้างนอกเสียมากกว่า ไม่ใช่เพราะมันทำยากแต่อย่างไร แต่เป็นเพราะต้องเตรียมของหลายอย่าง จึงทำให้ไม่อยากทำ เมนูนี้ก็คือ ข้าวคลุกกะปิ แต่ความจริงข้าวคลุกกะปิไม่ได้ทำยาก ด้วยกลิ่นหอมของกะปิที่ผ่านข้าวมารวมกับหมูหวานและเครื่องเคียงอื่นๆ แค่คิดก็นำลายสอแล้ว วันนี้เรามีวิธีทำอาหารไทยชนิดนี้มาฝากกัน


ส่วนประกอบ
ข้าวสวย 2 ถ้วย
กะปิอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
หมูสามชั้น 200 กรัม
น้ำตาลปี๊ป 2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่
หอมแดง
แตงกวา
ถั่วฝักยาว
กุนเชียง
มะนาว
มะม่วงเปรี้ยว
พริกขี้หนู
กุ้งแห้ง

วิธีทำ
1) นำไข่ไก่ไปทำไข่เจียว แต่ไม่ต้องฟูมาก

2) หั่นเนื้อหมูให้เป็นชิ้น ไม่หนามาก เตรียมเครื่องเคียง โดย หั่นไข่เจียวเป็นเส้น ซอยหอมแดง หั่นแตงกวา หั่นถั่วฝักยาวเป็นชิ้นเล็กๆ หั่นกุนเชียงตามเฉียง หั่นมะนาวเป็นซีก หั่นมะม่วงเป็นเส้น หั่นพริกขี้หนูเป็นชิ้นเล็กๆ

3) ตั้งกระทะด้วยไฟกลางค่อนไปทางอ่อน ใส่น้ำตาลปี๊ปลงไป

4) รอจนน้ำตาลปี๊ปละลายจนหมด ใส่เนื้อหมูไป ใส่น้ำเปล่าเติมลงไปพอสมควร รอจนเนื้อหมูสุกและมีน้ำตาลปี๊ปเคลือบพอ จากนั้นตักออกมาพักและปิดไฟ

5) ตั้งไฟในกระทะใหม่ ด้วยไฟกลาง จากนั้นให้นำน้ำมันพืชใส่ลงไปพอประมาณ เมื่อน้ำมันร้อน ให้ใส่กระเทียมสับลงไปเจียว

6) เมื่อกระเทียมเริ่มหอม ให้ใส่ข้าวลงไปผัด ผัดให้ข้าวไม่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นให้ใส่กะปิลงไป ตีกะปิให้แตกออกแล้วผัดไปพร้อมกับข้าวเลย หากรู้สึกว่ากะปิไม่ค่อยแตกตัว ให้ใส่น้ำเปล่าลงไป จากนั้นผัดจนข้าวเป็นสีกะปิ ปิดไฟตักออกมา

7) จัดเรียง โดยนำข้าวใส่ถ้วยแล้วกด จากนั้นนำเครื่องเคียงมาวางไว้ใกล้เคียง 

แกงมัสมั่นไก่

อาหารไทย - แกงมัสมั่นไก่


แกงมัสมั่น

                
               แกงมัสมั่น อีกหนึ่งเมนูแกงที่คนไทยชื่นชอบ แม้ว่าจะไม่สามารถหากินได้ง่ายๆก็ตาม ถ้าพูดถึงอาหารไทยเมนูนี้ก็มักจะคิดถึงทางภาคใต้ ที่เป็นต้นตำรับ และนอกจากนั้นก็ยังนึกถึงมันฝรั่งที่เข้ากับเครื่องเทศและเนื้อไก่ รวมถึงรสชาติที่ล้ำลึก ถึงขนาดได้เป็นอันดับหนึ่งในการจัดอันดับอาหารที่อร่อยที่สุดห้าสิบอันดับของโลกโดยการจัดอันดับโดยการลงคะแนนทางเฟซบุ๊ค http://travel.cnn.com/explorations/eat/worlds-50-most-delicious-foods-067535 สำหรับใครที่อยากลองทำเองดูเราก็มีสูตรอีกหนึ่งอาหารไทยที่น่าภูมิใจเมนูนี้มาฝากกัน


ส่วนประกอบ
เนื้อไก่ 500 กรัม (ติดน่อง หรือ ปีก)
มันฝรั่ง 2-4 หัว
พริกแกงมัสมั่น 200 กรัม
หัวกะทิ 100 กรัม
หางกะทิ 400 กรัม
ถั่วลิสงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊ป 1 ช้อนโต๊ะ(พูน)

วิธีทำ
1) ปอกเปลือกมันฝรั่ง แล้วหั่นเป็นชิ้นค่อนข้างใหญ่ จากนั้น ตั้งหม้อ แล้วนำไปต้มจนสุก

2) ตั้งหม้อด้วยไฟปานกลาง ใส่หัวกะทิ เมื่อเริ่มแตกมันให้นำพริกแกงลงไปผัดจนมีกลิ่นหอม (ผัดในหม้อ) ใส่ไก่ลงไปแล้วผัดจนไก่สุก

3) เมื่อไก่สุกแล้วให้เติมหางกะทิลงไป เคี่ยวจนไก่เริ่มเปื่อย แล้วเติมเครื่องปรุง น้ำตาลปี๊ป น้ำปลา และ น้ำมะขามเปียก เคี่ยวให้ทั่ว จากนั้นใส่มันฝรั่งลงไป ลดไฟลง ตั้งหม้อทิ้งไว้ รอจนเดือดอีกครั้งให้ใส่ถั่วลิสงคั่ว

4) ปิดไฟ ตักใส่ชาม รับประทานกับข้าวสวย

ต้มข่าไก่

อาหารไทย - ต้มข่าไก่

ต้มข่าไก่

                ต้มข่าไก่ อาหารไทยเมนูต้มที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ แตกต่างจากแกงทั่วๆไปที่ใช้กะทิเหมือนกัน แต่กลับมีความคล้ายต้มยำมากกว่า ทั้งๆที่ต้มยำโดยทั่วไปมักไม่ค่อยใช้กะทิ โดยรสชาติคล้ายต้มยำคือ มีทั้งเปรี้ยว เผ็ด และเค็ม แต่กลับมีกลิ่นกะทิหอมมาก


ส่วนประกอบ
เนื้อไก่ 200 กรัม
ข่าอ่อน 50 กรัม
หัวกะทิ 1½ ถ้วย
หางกะทิ 3 ถ้วย
ตะใคร้ 1 ต้น
ใบมะกรูด 4-5 ใบ
รากผักชี 1 ต้น
ผักชี
พริกขี้หนู 2-6 เม็ด
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1) หั่นเนื้อไก่ให้เป็นชิ้นพอดีคำ หั่นข่าอ่อนให้เป็นแว่นๆ หั่นตะไคร้เป็นท่อนๆทุบให้พอบุบ ฉีกใบมะกรูด ทุบรากผักชีพอบุบ ทุบพริกขี้หนูพอบุบ

2) ตั้งไฟด้วยไฟกลาง ใส่หางกะทิ ต้มจนเดือด

3) ใส่ข่าอ่อน ใบมะกรูด รากผักชี ตะใคร้ และพริกขี้หนู ต้มจนเดือดแล้วให้ลดไฟเป็นไฟอ่อน แล้วต้มต่อจนกระทั่งได้กลิ่นหอม
ใส่เนื้อไก่ คนเป็นระยะ จนเนื้อไก่สุก

4) เร่งไฟเป็นไฟแรง จากนั้นให้ใส่หัวกะทิลงไป ต้มจนเดือด ใส่น้ำปลาและน้ำมะนาว จากนั้นคนให้เข้ากัน แล้วปิดไฟ
ตักใส่ชาม โรยหน้าด้วยผักชี

ผลไม้ไทย

Thai Fruits

ผลไม้ไทย

               คนไทยมีนิสัยอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นก็คือ คนไทยมักหาของหวานกินหลังจากมื้ออาหารในแต่ละมื้อ นั่นอาจเป็นเพราะอาหารไทยที่ทุกคนรับประทานมักจะมีรสจัด หลังจากนั้นก็จะต้องการหาอะไรมาแทนที่รสชาติที่ติดลิ้นนั้น
                ผลไม้เป็นทางเลือกหนึ่ง เพราะนอกจากช่วยลดรสชาติของอาหารจานหลักแล้ว ผลไม้ยังเป็นของที่หาได้ง่ายในประเทศไทยด้วย เนื่องจากผลไม้สามารถหาได้ทั่วทุกภาคในประเทศไทย แถมยังมีทุกฤดูกาลด้วย เหตุนี้เองจึงทำให้คนไทยมักจะใช้ผลไม้เป็นหนึ่งในสิ่งที่หลังรับประทานอาหารจากหลักเสร็จเรียบร้อยแล้ว สำหรับผลไม้ไทยที่มักจะรับประทานหลังอาหารมีดังนี้

               

มังคุด

                มังคุดเป็นผลไม้ไทยที่รู้จักไปทั่วโลก มีฉายาว่าเป็นราชินีแห่งผลไม้ มังคุดมีรสเปรี้ยวอมหวาน มีคุณสมบัติช่วยคลายร้อน จึงเหมาะสมในการรับประทานหลังจากรับประทานอาหารไทยที่มักจะมีรสชาติที่ร้อนแรงจัดจ้าน นอกจากนี้มังคุดยังมีประโยชน์มากมาย
                ช่วยต้านอนุมูลอิสระ จากสารแซนโทนในมังคุด จากการวิจัย พบว่ามังคุดมีสารแซนโทนกว่า 40 ชนิด
                นอกจากนี้ยัง ช่วยชะลอความแก่  ภาวะหลอดเลือดอุดตัน และ การอักเสบ ได้อีกด้วย

               

กล้วย

                กล้วยเป็นผลไม้ที่สามารถหารับประทานได้ง่ายที่สุดชนิดหนึ่ง ทั้งยังกินง่ายด้วยความที่มีรสหวาน แถมยังปอกเปลือกได้ง่ายด้วย จึงมีสำนวนไทยที่ว่า “ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก” ซึ่งมีความหมายว่า ง่ายมาก นอกจากนี้กล้วยที่เราเห็นกันบ่อยๆยังมีประโยชน์ต่างๆดังนี้
                ช่วยรักษาโรคกระเพาะ ช่วยรักษาเบาหวาน แก้ร้อนใน โรคหัวใจ ลดคอเรสเตอรอล รวมถึง สามารถนำไปให้คนป่วยที่กินอะไรไม่ลงรับประทานได้ด้วย

               

แตงโม

                ในหน้าร้อน คงจะมีความสุขน่าดูหากได้รับประทานแตงโมแช่เย็นหวานฉ่ำ ด้วยความเย็นจึงเหมาะที่จะรับประทานหลังจากได้กินอาหารมื้อหลักที่รสชาติร้อนแรง แตงโมสามารถหาได้ง่าย รวมถึงรถเข็นขายผลไม้ทั่วไป ไม่ว่าจะจิ้มเกลือหรือไม่ก็มีรสอร่อย สำหรับสรรพคุณของแตงโมมีดังนี้
                บรรเทาแผลในปาก แก้ไข้ แก้คอแห้ง ขยายหลอดเลือด สารสำคัญคือ ซิตรัลลิน (citrulin)

               

มะละกอ

                มะละกอเป็นผลไม้อีกชนิดที่ช่วยแก้ความร้อนแรงของรสชาติอาหาร นอกจากรสชาติที่หวานแล้ว ยังมีฤทธิเย็น ทั้งยังมีวิตามินเอสูงอีกด้วย โดยมะละกอมีประโยชน์ดังนี้
                บำรุงผิว ช่วยเรื่องสายตา ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน เป็นระบายอ่อนๆ แก้หวัด

               

ฝรั่ง

                บางคนชอบฝรั่งกรอบๆ บางคนชอบฝรั่งนิ่มๆ ถึงแม้ว่ารสชาติแทบไม่แตกต่างกันสักเท่าไร แต่ถึงอย่างไรฝรั่งก็ยังเป็นผลไม้ที่คนไทยนิยมทานชนิดหนึ่ง นอกจากจะหาได้ทุกภาคของประเทศแล้ว ยังสามารถหาได้ตามรถเข็นผลไม้ทั่วไป ที่แบ่งขายทีละลูก ที่สำคัญฝรั่งมีวิตามินซีสูง โดยสรรพคุณของฝรั่งมีดังนี้
                แก้หวัด ช่วยสร้างคอลลาเจน บำรุงเหงือกและฟัน เป็นยาระบายอ่อนๆ ชะลอความแก่

               

มะม่วง

                อีกหนึ่งผลไม้ที่คนไทยชื่นชอบ ด้วยความที่สามารถเลือกได้ว่าจะรับประทานมะม่วงแบบใด ทั้งมะม่วงหวาน มะม่วงเปรี้ยว มะม่วงมัน สีของเปลือกของมะม่วงของไทยค่อนข้างแตกต่างจากต่างประเทศบางประเทศ ในประเทศไทยมะม่วงมีสีเปลือกเป็นสีเหลืองเมื่อสุก แต่ในบางประเทศเช่น ญี่ปุ่น มะม่วงของเขาเป็นสีแดง สรรพคุณของมะม่วงมีดังนี้
                บำรุงกระดูกและฟัน สร้างภูมิคุ้มกัน เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน แก้ลำใส้อักเสบ ป้องกันเหน็บชา
Free Backlinks sumsoccer Backlinks thailand-poker Backlinks